หลายคนที่ไม่มีความรู้ก็คงอยากรู้ใช่ไหมครับว่าเราจะรู้ได้ไงว่าเรานั้นจะต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ตอนไหน
สำหรับท่านที่รู้อายุการใช้งานก็คงสบายใจไปเรื่องนี้ รอรอบเปลี่ยนตามกำหนด แต่ส่วนผู้ที่ไม่รู้ ซื้อรถมือสองมา ซื้อยางมือสองบ้างหรือรวมไปถึงว่าลืมว่าเราเปลี่ยนยางไปเมื่อไร ซึ่งปัจจุบันในที่นี้ไม่ขอพูดถึงการดูปีหรือสเปคนะครับคนอื่นๆได้พูดไว้เยอะแล้ว วันนี้ก็ขอพามาดูครับว่าถ้าท่านเห็นสภาพแบบนี้ก็ควรเตรียมตัวเปลี่ยนยางกันได้แล้วครับ เพื่อความปลอดภัยของท่านเองงั้นมาดูกันเลยครับ
![]() |
| 1 |
![]() |
| 2 |
2. ยางสึกหรอมาจากช่วงล่าง หรือไม่ได้ตั้งศูนย์ล้อ ลักษณะแบบนี้ก็อยู่ในกรณีของข้อแรกแต่ร้ายแรงกว่า ซึ่งองศาล้อนั้นผิดเพี้ยนทำให้เกิดการสึกหรอทางด้านในมากกว่าปกติอาจจะไม่ได้มีการสึกหรอของช่วงล่าง การสึกหรอนั้นเกินชั้นหน้ายางกินจนไปถึงโครงสร้างยางซึงผลที่ตามมาก็จะมีอาการ ซึมหรือาจจะรั่วได้ ซึ่งเรื่องการยึดเกาะนั้นไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่แล้วเพราะใช้โครงสร้างของยางในการยึดเกาะถนน
![]() |
| 3 |
![]() |
| 3. ด้านในที่เป็นรอยปูดของยาง |
3. ลักษณะของอาการนี้คือยางบวม โดยมาจากการกระแทกอย่างแรง เช่นการชน ตกหลุมแรงๆ ไม่มีการตำของบาดแผลด้านนอก แต่มีการฉีกขาดด้านใน เส้นลวดโครงสร้างขาดแต่ยังไม่ถึงหน้ายางลมก็จะดันออกด้านนี้ทำให้เกิดอาการยางบวมอย่างภาพแรกครับ
4. รอยการร้าวของแก้มยาง มีรอยแตกคล้ายๆรอยแยก ซึ่งยังไม่ถึงชั้นโครงสร้าง มาจากยางที่หมดอายุแล้ว หากคุณนั้นไม่อยากเจอเหล่านี้ก็รีบเปลี่ยนเสียนะครับ
![]() |
| 4.1 |
![]() |
| 4.2 ภาพนี้คือรอยร้าวนั้นจะเริ่มร้าวออกไปเรื่อยๆตามวงนะครับเมื่อครบรอบแล้วก็จะค่อยๆรามไปจนถึงชั้น ใน สุดท้าย ยางก็จะเกิดการรั่วครับ |
5. รอยบาดที่แก้มยาง อุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการปีนฟุตบาด การชน หรือรวมไปถึงกระลงหลุมบนถนนแบบรุนแรง การเบียดต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าแก้มยางมีหน้าที่คอยรับแรง มีการยืดหดตลอดเวลา หากเป็นแผลบริเวณนี้ไม่แนะนำให้ปะแล้วใช้งาน เพราะการยึดหดตลอดเวลาของยางนั้นจะทำให้แผ่นปะยางนั้นหลุด ส่วนใหญ่่เป็นเรื่องยากมากในการที่จะปะมาใช้งาน สำหรับท่านที่มรอยบาดแต่ยังไม่มีอาการรั่วนั้น ผมแนะนำว่าให้หาโอกาสเปลี่ยนออกจะดีกว่า หรือก็นำไปทำเป็นล้ออะไหล่ไว้เป็นล้อสำรอง จะปลอดภัยกว่า
ปล.ภาพทั้งหมดนี้ผมนำมาทำเป็นตัวอย่างนะครับ อาจจะเกิดได้ทุกยี่ห้อนะไม่ได้โจมตียี่ห้อไหนนะครับ หากคุณนั้นขับไม่ระวังก็อาจจะเกิดขึ้นที่รถของคุณได้เช่นกันครับ ควรระวังเรื่องของการขับขี่แล้วก็ใช้งานให้ถูกต้องตามประเภทของยางจะดีที่สุดครับ
หากข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน ก็สามารถแชร์ออกไปเพื่อแบ่งปันกันได้นะครับ ทุกข้อความหรือทุกข้อมูลได้มาจากประสบการณ์การทำงานของผมเองนะครับ หากมีอะไรผิดพลาดไป ข้อมูลไม่ตรงกับ Spec ขออภัยด้วยนะครับ ส่วนท่านที่มีความรู้สามารถนำไปปรังปรุงในการต่อเติมอุปกรณ์ได้นะครับหากสงสัยก็สามารถติดต่อมาได้ตามนี้นะครับ
Email : warutkang@gmail.com
Tel : 080-5655515









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น